วันเสาร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

วัดธรรมกาย



จากข่าว http://www.siamrath.co.th/UIFont/NewsDetail.aspx?cid=56&nid=61382 และการได้ไปโรงเรียนของลูกๆต้องทำให้ผมต้องมาค้นหา เพราะมันเริ่มจะไม่ได้การเท่าไหร่นัก(ไม่ดีไงผมไม่ชอบ) ที่ทางโรงเรียนเอาสำนักนี้มาอบรมเด็กๆในรุ่นม.4ที่จะขึ้นปีใหม่นี้ ส่วนอันนี้เป็นข่าวต่อเนื่องจากเมื่อวาน

วันที่ 11 พฤษภาคม 2553 05:42
สพฐ.โยน'ชินวรณ์'ชี้ขาดโครงการร่วมวัด ธรรมกาย

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ( กพฐ.) กล่าวว่า สำหรับเรื่องดังกล่าวยังไม่มีการทำ MOU แต่อย่างใด โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านสำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา ของ สพฐ. ได้เสนอเรื่องดังกล่าวมายังตน ซึ่งเห็นว่าควรมีการปรึกษาหารือถึงข้อดีข้อเสียกับส่วนต่างๆ เพื่อให้เกิดความรอบคอบก่อนจะมีการทำ MOU ทั้งนี้ สพฐ.จะนำเรื่องดังกล่าว มาพิจารณาหารือถึงรายละเอียด ตามที่มีข้อท้วงติงถึงความไม่เหมาะสม ซึ่งโดยหลักการแล้ว สพฐ. จะทำอะไรก็ตามที่เป็นการส่งเสริมให้นักเรียนพัฒนาด้านคุณธรรม ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพียงแต่ว่าหากมีข้อทักท้วง ก็พร้อมนำข้อทักท้วงดังกล่าวมาพิจารณา อย่างไรก็ตาม ในช่วงบ่ายของวันนี้ (10 พ.ค.) สพฐ.จะเชิญสำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา สมาคมพุทธศาสตร์สากลฯ มาหารือเป็นการภายใน จากนั้นจะรายงานผลการหารือเสนอต่อนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศธ. เพื่อตัดสินใจว่าจะยกเลิก MOU หรือเดินหน้าดำเนินโครงการต่อไป ภายในวันที่ 11 พ.ค.นี้

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่าโดยหลักแล้วมองว่าการรวมพลังจากทุกภาคส่วน เพื่อให้นักเรียนและเยาวชน ได้เป็นเด็กดี มีคุณธรรมนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะฉะนั้นถือเป็นประเด็นที่ สพฐ.จะต้องสนับสนุนกิจกรรมที่สร้างสรรค์ อย่างไรก็ตามยืนยันว่าจะพิจารณาถึงข้อท้วงติงเพื่อให้ทุกขั้นตอนดำเนินอย่าง ถูกต้อง

สำหรับงบประมาณจำนวน 1,332 ล้านบาทนั้น ในเบื้องต้นทราบว่าเป็นงบสนับสนุนจากทางสมาคมพุทธศาสตร์สากลฯ ที่เสนอให้ทุนการศึกษาสำหรับเด็กที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งไม่ใช้งบประมาณในส่วนของ สพฐ. ที่สำคัญ สพฐ.ไม่ใช่หน่วยงานที่ต้องระดมทุนจัดหางบประมาณมาเพื่อดำเนินโครงการดัง กล่าว แต่เป็นเพียงต้นสังกัดของสถานศึกษาที่ต้องดูแล นักเรียน และบุคลากร ส่วนที่มีการระบุว่าตัวแทนจากสมาคมพุทธศาสตร์สากลฯ เข้าพบตนเมื่อวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมานั้น ไม่เป็นความจริงเพราะยังไม่มีการพูดคุยกันแต่อย่างใด
สำหรับด้านนี้เรายละเอียดค่อนข้างเยอะพอลองดูครับ http://www.komchadluek.net/detail/20100510/58553/%E0%B8%AA%E0%B8%9E%E0%B8%90.%E0%B9%82%E0%B8%9A%E0%B9%8A%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2.html

ตามมาด้วยข่าวจาก http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9530000066733
ซ้ำกันบ้างคงไม่ว่ากันน่ะครับ
ทีนี้ http://www.blogger.com/post-create.g?blogID=7743198471912808217 คุณคิดว่าใช่รึเปล่าครับ
ส่วนนี้เป็นเครื่้องอะไร? http://yashima.exteen.com/20080720/entry
ในส่วนตัวผมๆว่าไม่ใช่น่ะมันเหมือน.....มากกว่า ขออ้างอิงข่าวหนังสือพิมพ์ เดลินิวส์
17 พฤศจิกายน 2541 ว่า http://b2b2.tripod.com/dailynews/dnews19981117.htm
http://b2b2.tripod.com/dailynews/dnews19981119.htm
อันนี้ไม่ขอลิงค์น่ะครับ

จับพิรุธ MOU งบพันล้านบิ๊ก ขรก.อุ้ม “วัดธรรมกาย”
โดย ASTVผู้จัดการรายวัน 10 พฤษภาคม 2553 03:43 น.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาด ใหญ่ขึ้น

“ส.ศิวรักษ์” พบพิรุธ! ทำจดหมายด่วนถึงนายกรัฐมนตรี ยับยั้ง MOU กว่า 1.3 พันล้าน เหตุ “บิ๊ก สพฐ.” จ่อทำสัญญาอุ้มเครือข่ายวัดพระธรรมกาย ชี้เป็นเรื่องร้ายแรงทางสังคม เสนอพักราชการเลขา สพฐ.-ขรก.ที่เกี่ยวข้อง แนะหน่วยราชการ-องค์กรรัฐ ยกเลิกทำสัญญาหรือข้อตกลงใดๆ กับสถาบันที่เกี่ยวกับวัดพระธรรมกายอีกต่อไป พร้อมเสนอตรวจสอบความโปร่งใสการเงิน หลัง “ธรรมชโย” ถูกดำเนินคดี

วานนี้ (9 พ.ค.) นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือ ส.ศิวรักษ์ นักคิดนักเขียน ได้ทำจดหมายด่วนถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โดยจดหมายมีใจความเพื่อสื่อสารต่อสาธารณชนให้รับทราบข้อมูลและเพื่อร่วมกัน ระงับ ยับยั้งการทำข้อตกลงกรณี สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)กั บเครือข่ายวัดธรรมกาย อันเป็นเรื่องร้ายแรงทางสังคม

ทั้งนี้ นอกจากจดหมายขอให้ระงับการลงนามข้อตกลงความร่วมมือ(MOU)ระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ) และ สมาคมพุทธศาสตร์สากล ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระมหามังคลาจารย์ แล้วยังมี (ร่าง)ข้อตกลงความร่วมมือฯ .....เดือน พฤษภาคม 2553 ,แผนการใช้ทุนการศึกษา จำนวนเงินประมาณ 1,332 ล้านบาท, จดหมายขอเข้าพบเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน วันที่ 27 เมษายน 2553, หนังสือกรณีธรรมกาย เขียนโดย พระพรหมคุณภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต) จำนวน 1 เล่ม และภาพผลการอบรมเยาวชน 500,000 คน ในบริเวณวัดพระธรรมกาย

จดหมายมีใจความว่า สืบเนื่องจากร่างเอกสารลงนามข้อตกลงยกระดับมาตรฐานศีลธรรมเชิงบูรณาการ ตามโครงการฟื้นฟูศีลธรรมโลก ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ) และสมาคมพุทธศาสตร์สากล หรือชมรมพุทธศาสตร์สากล ในอุปถัมภ์สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ และแผนการให้ทุนการศึกษา จำนวนเงินกว่าหนึ่งพันล้านบาท โดยมีเป้าหมายที่จะอบรมเยาวชนจำนวนถึง 10 ล้านคน พร้อมกับข้าราชการครู ผู้บริหารการศึกษา ผู้นำชุมชน และผู้นำท้องถิ่น อีกเป็นจำนวนถึง 7 แสนคน และสถานศึกษาอีก 30,000 แห่ง ทั่วประเทศ ซึ่งดูอย่างผิวเผินดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ดีงาม แต่มีข้อเคลือบแคลงสำคัญหลายประการดังนี้

1.ในบันทึกข้อตกลงฯ (MOU) ไม่ระบุเรื่องงบประมาณไว้ให้ชัดเจน แต่มีการจัดทำเอกสารที่แนบเนื่องอยู่กับบันทึกข้อตกลงฯ (MOU) เป็นทุนการศึกษาเพื่อสนับสนุนในเรื่องเดียวกัน ซึ่งระบุงบประมาณอย่างคลุมเครือกว่าหนึ่งพันล้านบาท พร้อมกับหมายเหตุว่า ไม่รวมค่าดำเนินการเป็นการเตรียมการลงนามสัญญาที่ขาดธรรมาภิบาลหรือไม่ หรือส่อให้เห็นถึงการหลีกเลี่ยงของผู้มีอำนาจลงนามตามกรอบหน้าที่รับผิดชอบ และวงเงินตามระเบียบราชการหรือไม่

2.หาก จำนวนเงินทุนการศึกษาดังกล่าว สมาคมพุทธศาสตร์สากล หรือชมรมพุทธศาสตร์สากลฯ เป็นผู้ให้การสนับสนุนเสียเอง ก็เป็นที่น่าสังเกตอย่างสำคัญว่า สมาคมพุทธศาสตร์สากล หรือ ชมรมพุทธศาสตร์สากลฯ นั้นมีเป้าประสงค์ซ่อนเร้นอะไรหรือไม่ เนื่องจากปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าสมาคมพุทธศาสตร์สากล หรือ ชมรมพุทธศาสตร์สากลฯแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของวัดพระธรรมกาย ที่ยังมีข้อครหาทั้งในส่วนของการอบรมสั่งสอนตามพระวินัยหรือยึดในพระธรรมคำ สอนที่เป็นแก่นแท้พระพุทธศาสนาจริงหรือไม่ (ดูหนังสือกรณีธรรมกาย) ประกอบกับมีพฤติการณ์ในเชิงพุทธพาณิชย์ตลอดมา โดยการชี้ชวนให้ประชาชนทั่วไป พ่อค้าคหบดี และคนยากจนผู้ด้อยโอกาสทุ่มเททรัพย์สินเงินทองเพื่อทำบุญสร้างวัตถุขนาดใหญ่ มีการล่อใจด้วยบุญและสวรรค์อันเป็นการบิดเบือนแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาอย่าง ร้ายแรง ในขณะเดียวกันแม้จะยังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดแต่ก็มีกระแสข่าวหนาหูว่าสถาบัน แห่งนี้อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องในเชิงลึกกับฝ่ายการเมืองและการชุมนุมที่มีการ ใช้ความรุนแรงจากกองกำลังไม่ทราบฝ่ายทำร้ายผู้บริสุทธิ์ในช่วงเดือนเมษายน ที่ผ่านมาด้วย

3.การที่หน่วยราชการทำข้อตกลงสัญญาให้สถาบันที่ยังมีข้อครหาดังกล่าว นี้ให้ดำเนิน การอบรมเยาวชนผู้ซึ่งจะเป็นอนาคตสำคัญของชาติและผู้นำการศึกษา ผู้นำท้องถิ่น รวมจำนวนถึง สิบล้านเจ็ดแสนคน ในระยะเวลา 3 ปี ให้ฝักใฝ่ลัทธิใดลัทธิหนึ่งที่น่าเคลือบแคลงเป็นการเฉพาะนั้น นั่นย่อมจะทำให้สังคมและพระพุทธศาสนาเสื่อมทรุดจนกลายเป็นการใช้เครื่องแบบ ของพระพุทธศาสนาเพื่อสร้างลัทธิบูชาวัตถุนิยม ซึ่งแก่นแท้ของพระศาสนาอาจจะปราศนาการจากชาติไทยไปในที่สุด

จดหมาย ระบุด้วยว่า “ดังนั้น ข้าพเจ้า (ส.ศิวรักษ์) และเพื่อนพุทธศาสนิกชนผู้ลงนามท้ายจดหมายนี้ จึงใคร่ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีปฏิบัติดังนี้

1.สั่งการให้ข้าราชการผู้เกี่ยวข้อง หยุดการลงนามข้อตกลงในครั้งนี้ พร้อมกับสั่งพักข้าราชการที่มีชื่อระบุไว้ทั้งหมด โดยเฉพาะระดับผู้บังคับบัญชาที่สามารถให้คุณให้โทษข้าราชการผู้ใต้บังคับ บัญชาที่เกี่ยวข้อง และตั้งคณะกรรมการตรวจสอบความโปร่งใสของโครงการนี้ในทันที

2.ดำเนินการใดๆ เพื่อมิให้หน่วยราชการ องค์กรของรัฐ มีการทำสัญญาหรือข้อตกลงใดใดกับสถาบันที่เกี่ยวกับวัดพระธรรมกายอีกต่อไป จนกว่าผลการตรวจสอบข้างล่างนี้จะปรากฏชัดแจ้งต่อสังคม

3.ให้มีการตรวจสอบความโปร่งใสของการดำเนินโครงการต่างๆ ที่เคยกระทำผ่านมา โดยเฉพาะโครงการอบรมครูและเด็กนักเรียนจำนวน 500,000คน ที่เกิดขึ้นมาแล้วในช่วงที่มีการระบาดของไข้หวัด 2009 แต่วัดพระธรรมกายยังดื้อดึงจัดงานและมีผู้บริหารของ สพฐ.ไปสนับสนุน ดังปรากฎในภาพและชื่อเวบไซด์ที่แนบมา จนทำให้เกิดการติดและแพร่ระบาดหวัด2009 เป็นวงกว้าง

4.ให้มีการตรวจสอบความโปร่งใสทางการเงินของพระในวัดพระธรรมกาย และสถาบันหรือโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวกับวัดพระธรรมกายทั้งหมด โดยเฉพาะการสอบสวนถึงการที่อัยการถอนคดีความของเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายเพื่อ ตัดตอนการพิจารณาคดีของศาล ว่ามีเงื่อนงำอะไรอยู่เบื้องหลังหรือไม่

5.ให้มีการตรวจสอบการอบรมสั่งสอนและพฤติการณ์ของพระสงฆ์และสานุศิษย์ วัดพระธรรมกาย ว่ามีการรักษาแก่นแท้ของพุทธธรรมอยู่อย่างแท้จริงเพียงไร โดยเฉพาะการสะสางอธิกรณ์ตามพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราชที่ทรงมีพระวินิจฉัย ไว้แล้วในกรณีวัดพระธรรมกาย ที่ถูกเก็บเรื่องเงียบไว้เป็นเวลานานแล้ว

จดหมายยังระบุอีกว่า เพื่อเป็นการปลดวิกฤตสังคมตลอดถึงอนาคต ขอให้นายกฯ เร่งดำเนินการให้มีการนำแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาซึ่งมีพระสงฆ์ผู้ประพฤติดี ปฏิบัติชอบจำนวนไม่น้อยที่ยังมีชีวิตอยู่ในแผ่นดินนี้ออกสั่งสอนประชาชนและ เยาวชน โดยรัฐบาลสร้างโอกาส สร้างสื่อสารสาธารณะอย่างทุ่มเทให้มีการสั่งสอนอบรมศาสนาและศีลธรรมที่ถูก ต้อง โดยผู้ปฏิบัติดีเหล่านี้ เพื่อยกระดับสังคมให้ออกจากการตกเป็นทาสวัตถุนิยม

“ใช้โอกาสนี้สถาปนาพื้นฐานใหม่ทางสังคมขึ้นมาในยุคของท่าน โดยการนำวิถีพุทธอย่างแท้จริงกลับมาเป็นหลักสำคัญในการนำพาสังคม เฉกเช่นเดียวกับยุคของพระเจ้าอโศกมหาราช ที่ทรงพลิกฟื้นความสุขสงบในสังคมภายหลังการฆ่าฟันที่โหดร้าย ด้วยการสถาปนาพระศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองตลอดยุคของท่านจนนามท่านจารึกอยู่ใน ประวัติศาสตร์มานานนับพันปีตราบจนทุกวันนี้” จดหมายระบุ จาก http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9530000063917 เพราะหลังจากนั้นจะมีความเห็นเยอะมากมาลองพิจารณากันดูครับ

หลักการบริจาคเพื่อ ขึ้นสวรรค์หลังจากตายไปแล้ว....
บริจาค 1,000 ไปสวรรค์ชั้น 1
-บริจาคเพิ่มอีก 5,000 จะได้เฝ้าเทพหน้าประตูสวรรค์
-ถ้าบริจาคเพิ่มอีก 4,000 เพื่อให้เทพเปิดประตูให้เข้าสวรรค์ชั้น 1
บริจาค 10,000 ไปสวรรค์ชั้น 2
-บริจาคเพิ่มอีก 50,000 จะได้เฝ้าเทพหน้าประตูสวรรค์
-ถ้าบริจาคเพิ่มอีก 40,000 เพื่อให้เทพเปิดประตูให้เข้าสวรรค์ชั้น2
บริจาค 100,000 ไปสวรรค์ชั้น 3
บริจาค 1,000,000 ไปสวรรค์ชั้น 4
บริจาค 10,000,000 ไปสวรรค์ชั้น 5
บริจาค 100,000,000 ไปสวรรค์ชั้น 6
บริจาค 1,000,000,000 ไปสวรรค์ชั้น 7 ชั้นสูงสุด


ใช่เรออออออ
ย้อนคดี ธัมมชโย ยักยอกทรัพย์วัดพระธรรมกาย อัยการตัดตอนถอนฟ้อง http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9530000066922
หัวข้อ : คดีธรรมกาย-ธัมไชโย ฉ้อโกง!..จาบจ้วง!
ข้อความ : http://members.tripod.com/~rabob/casenarok.htm

เรื่องย่อหนังสือ "แฟ้มคดีธรรมกาย "

ข้อกล่าวหาวัดพระธรรมกาย และพระไชยบูลย์ สุทธิผล ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน แต่ละข้อกล่าวหายังไม่เคยได้รับการดำเนินการให้เกิดความกระจ่าง ทั้งจากเจ้าหน้าที่รัฐผู้มีหน้าที่โดยตรงและจากวัดพระธรรมกาย คงปล่อยให้อึมครึมลี้ลับ เกิดความอึดอัดเอือมระอาแก่พุทธศาสนิกชนเป็นอย่างมาก
คณะทำงานรวบรวมข้อมูล-หลักฐานกรณีวัดพระธรรมกาย ได้ทำการศึกษา ตรวจสอบ รวบรวม วิเคราะห์ ค้นหา นับตั้งแต่เริ่มแรกที่ได้ทำงานร่วมกับคณะกรรมาธิการศาสนาฯ บางครั้งต้องถึงกับเข้าไปฝังตัวในกลุ่มกัลยาณมิตรของวัดพระธรรมกาย เข้าไปศึกษาหาหลักฐานจากชมรมพุทธศาสตร์สากลในมหาวิทยาลัยต่างๆ เป็นต้น คณะทำงานฯ จำต้องตั้งปณิธานเป็นบรรทัดฐานไว้เสมอว่า การทำงานเกี่ยวกับความเชื่อ ความนับถือส่วนบุคคลเช่นนี้ “จะต้องทำงานประกอบด้วยความเมตตา รู้จักให้อภัย รู้จักการเสียสละ รอบคอบ และที่สำคัญ จะต้องไม่ละเมิดสิทธิของบุคคลอื่น”
แต่จากการค้นหาข้อมูล ยิ่งสาวลึกเข้าไป ยิ่งพบความไม่ชอบมาพากลของวัดพระธรรมกายและบุคคลใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น พบเห็นการจัดตั้งเครือข่ายเหมือนองค์กรอาชญากรรมใหญ่ๆ มีการใช้กลวิธีเล่ห์เพทุบายเพื่อประทุษร้ายบุคคลผู้วิพากษ์วิจารณ์วัดพระ ธรรมกายนานัปการ และขณะนี้เหตุการณ์บานปลายจนถึงขั้นกล่าวจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ กระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ไปแล้ว

ดังนั้น คณะทำงานฯ จึงต้องหันกลับมาตั้งต้นใหม่ว่า "เราควรจะมีเมตตา ให้อภัยแก่คนที่ไม่รู้จักสำนึก” หรือไม่ ซึ่งในกรณีของวัดพระธรรมกายนี้ เราสรุปได้ชัดเจนว่า บุคลากรของวัดพระธรรมกายและผู้ที่เกี่ยวข้องล้วนไร้สำนึกผิดชอบชั่วดี ส่วนหลักการเคารพสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ซึ่งวัดพระ ธรรมกายชอบยกขึ้นอ้าง เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับตนเองนั้น คณะทำงานฯเห็นว่าเราจะเคารพศักดิ์ศรีและพิทักษ์สิทธิมนุษยชนของประชาชนผู้ ที่ถูกวัดพระธรรมกายหลอกลวง มากกว่าการพิทักษ์สิทธิของวัดพระธรรมกายซึ่งเป็นตัวการทำความเดือดร้อน
ให้แก่ประชาชน และทำความเสียหายให้แก่สถาบันพระพุทธศาสนาอันเป็นที่รักของเรา
ณ วันนี้ คณะทำงานฯ จึงตัดสินใจนำเสนอเผยแพร่ข้อมูลหลักฐาน ปรากฏเป็นหนังสือ "แฟ้มคดีวัดพระธรรมกาย เล่มที่ 1” เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อเท็จจริงทั้งหมด ดังมีหัวข้อและสรุปเนื้อหาย่อได้ดังนี้
1. รายงานเสนอนายกรัฐมนตรีฉบับที่ 1
ใน พ.ศ. 2532 หน่วยงานความมั่นคงและการข่าวของรัฐ ได้เสนอรายงานเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายตรงต่อนายกรัฐมนตรี พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ในหลายกรณี เช่น การทำธุรกิจในทางลับ การมรณภาพของพระชิตชัย มหาชิโต พฤติการณ์ส่วนตัวของพระไชยบูลย์ที่ไม่ชอบมาพากล การขอเข้าพบหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช เพื่อขอให้ยุติข้อเขียนในคอลัมน์ “ซอยสวนพลู” แต่หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์มิให้เข้าพบ เป็นต้น คณะทำงานฯ ไม่ทราบเหตุผลว่า ข้อมูลที่ประทับตราว่า “ลับมาก” อยู่ในข่ายที่รัฐบาลจะต้องดำเนินการโดยเร่งด่วน รัฐบาลกลับไม่ดำเนินการให้ถูกต้องตามอำนาจ ตามความชอบธรรมแห่งกฎหมายและการปกครองรัฐ กลับปล่อยให้ปัญหาวัดพระธรรมกายลุกลามแผ่ขยายออกไปจนถึงปัจจุบัน

2. รายงานเสนอนายกรัฐมนตรีฉบับที่ 2
ใน พ.ศ. 2535 หน่วยงานความมั่นคงและการข่าวของรัฐ ได้เสนอรายงานเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายตรงต่อนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ซึ่งในปีนั้น ประเทศไทยเกิดวิกฤติทางการเมือง ทำให้ต้องเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีถึง 3 ครั้ง อำนาจรัฐคาบเกี่ยวระหว่าง รสช. กับอำนาจจากการเลือกตั้ง นายกฯ อานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกเฉพาะกิจครั้งที่สอง จึงไม่สามารถสั่งปฏิบัติการเรื่องละเอียดอ่อนเช่นนี้ได้ อีกทั้งนายกฯ พลเอกสุจินดา คราประยูร ก็ประสบปัญหาทางการเมืองความไม่พอใจของประชาชน ทั้งระยะเวลาดำรงตำแหน่งเพียงเดือนกว่า จึงน่าเชื่อว่าคงไม่สามารถจัดการปัญหาวัดพระธรรมกายตามรายงานของหน่วยงาน ความมั่นคงได้
ก่อนหน้านี้ ในปี 2534 วัดพระธรรมกายถูกจัดเข้าข่ายเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ และอยู่ในบัญชีดำ (Black List) ของสภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) แต่จากปัญหาความไม่ลงตัวในอำนาจของ รสช. จึงไม่อาจจัดการปัญหาดังกล่าวได้ ปล่อยให้วัดพระธรรมกายสร้างเครือข่ายองค์กรใหญ่โต มีกลุ่มผลประโยชน์เข้าไปสมรู้ ร่วมคิดจำนวนมากขึ้น กระทั่งแผ่ขยายอาณาจักรสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนทุกหย่อมหญ้าใน ปัจจุบัน

3. ผลประโยชน์และรายได้ของพระธัมมชโย
มูลนิธิธรรมกาย มีนโยบายระดมทุนจากประชาชนมากมายหลายวิธีการ ในห้วงหลายปีที่ผ่านมา สุจริตชนโดยทั่วไปย่อมรู้เห็นว่า มีเงินหมุนเวียนในมูลนิธิแห่งนี้นับ 10,000 ล้านบาท แต่จากเอกสารงบดุลของมูลนิธิฯ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2540 ที่รายงานต่อทางการ มูลนิธิฯ มีสินทรัพย์หมุนเวียนเพียง 3 ล้านกว่าบาทเท่านั้น สำหรับงบดุลสิ้นสุดปี 2541 มูลนิธิฯ แห่งนี้ยังไม่รายงานต่อทางการแต่อย่างใด ทั้งที่เวลาผ่านเข้าสู่ไตรมาสที่ 3 ของปี 2542 แล้ว ทางการเองก็ปล่อยปละละเลย ไม่ตรวจสอบ ไม่จัดการกับปัญหาของมูลนิธิฯ ปล่อยให้การดำเนินการของมูลนิธิธรรมกายกระทำการท้าทายอำนาจรัฐ ละเมิดกฎหมายบ้านเมืองอยู่ตลอดเวลาที่ผ่านมา
คณะทำงานฯ เชื่อว่า รายได้และผลประโยชน์ของพระธัมมชโย รวมแล้วไม่น่าจะต่ำกว่าหนึ่งหมื่นล้านบาทอย่างแน่นอน ทรัพย์สินส่วนใหญ่จะอยู่ในลักษณะปกปิด ส่วนเงินสดจะปรากฏอยู่ในบัญชีลับๆ ซึ่งทางวัดพระธรรมกายได้มีหนังสือแจ้งไปยังสาขาของธนาคารที่ฝากเงินว่า ห้ามเปิดเผยบัญชีของพระธัมมชโยและบุคคลรอบข้างเด็ดขาด ถ้าเปิดเผยทางวัดฯ จะถอนเงินฝากทั้งหมดซึ่งก็สร้างความหวาดกลัวให้กับธนาคารผู้รับฝากเป็นอย่าง มากเพราะเกรงว่ายอดเงินก้อนมหึมาจะโยกย้ายไปฝากธนาคารอื่น ด้วยเหตุผลข้อนี้ คณะทำงานฯ จึงตรวจสอบอีกครั้งจึงพบว่า ปัจจุบันพระธัมมชโยน่าจะมีเงินสดหลายพันล้านบาท ใกล้เคียงกับเงินสดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

4. การตัดต้นไม้มงคลของพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูง
พระธัมมชโย กระทำการละเมิด กระทำการหมิ่น อาฆาตมาดร้าย ต่อพระบรมเดชานุภาพของสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยการสั่งตัดต้นไม้ที่ทรงปลูกโดยสมเด็จย่าฯ สมเด็จพระเทพฯ และสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ฯ ซึ่งเป็นการปลูกแทนพระองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เพราะพระธัมมชโยอาฆาตสถาบันฯ ว่าในกรณีขอพระราชทานสมณศักดิ์ไม่ได้ตามต้องการ เหตุการณ์ดังกล่าววัดพระธรรมกายชี้แจงว่า ผืนดินมีค่าความเป็นกรด-ด่าง หรือค่า pH สูง ทำให้ไม่เติบโต ต้องโยกย้ายไปปลูกพื้นที่ใกล้เคียง และภาพที่เห็นในสื่อมวลชนเป็นต้นหมากพุ่มเตี้ย เป็นต้น
คณะทำงานฯ ได้ทำการพิสูจน์ทราบ ด้วยการใช้ภาพถ่ายมาเปรียบเทียบกัน ปรากฏว่าวัดพระธรรมกายชี้แจงข้อความอันเป็นเท็จต่อสาธารณชน ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในภาพถ่าย จึงสรุปได้ว่า พระธัมมชโยได้กระทำการอาฆาตมาดร้ายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ จริง อีกทั้งมีเหตุผลที่รับทราบกันทั่วไป ได้แก่ พระธัมมชโยตั้งปณิธานว่าถ้าเป็นฆราวาสจะต้องเป็นพระจักรพรรดิ (Emperor) ถ้าออกบวชจะต้องเป็น “พระบรมพุทธเจ้า” สานุศิษย์วัดพระธรรมกายล้วนคิดว่าตัวเองเป็นสาขาของพระพุทธเจ้า หรือ Sub Buddha บรรลุธรรมชั้นสูงกว่าใครๆ ในประเทศไทย จึงไม่แปลกใจว่าทำไมคนเหล่านี้ถึงกล้าละเมิด จาบจ้วง สถาบันชั้นสูงของไทย ทั้งในศาสนจักรและอาณาจักรอย่างหน้าตาเฉย

5. กรณีการมรณภาพของพระชิตชัย มหาชิโต (วิญญูนันทกุล)
ค่านิยมในการอัดวิชชาธรรมกายบนดอยสุเทพ-ปุยอันเป็นวิธีการ “อปกติ” ของพระธัมมชโย ทำให้เกิดอาการเครียดแก่พระชิตชัย มหาชิโต เป็นอย่างมาก เพราะพระชิตชัย มหาชิโต ไม่นิยมการพูดเท็จ เป็นพระที่มีสัจจะสูง พระธัมมชโยถามว่า เห็นพระธรรมกายไหม พระชิตชัยตอบว่า “ไม่เห็น” ตามความเป็นจริง จึงทำให้พระธัมมชโยโกรธขึ้งอย่างรุนแรง จนกระทำการอเปหิสั่งไม่ให้ใครคบหากับพระชิตชัย ไม่ให้ออกสังฆสมาคม ทั้งที่พระชิตชัยมีลูกศิษย์ลูกหาจำนวนมาก ยิ่งเพิ่มความเครียดแก่พระชิตชัย จึงเป็นสาเหตุให้พระชิตชัยมรณภาพอย่างเป็นปริศนา
การมรณภาพของพระชิตชัย แม้ทางการพิสูจน์จะทราบได้ว่าเป็นการกระทำอัตวินิบาตกรรมหรือฆ่าตัวตาย ก็ล้วนมีแหล่งกำเนิดมาจากพฤติกรรมและวิธีการของพระธัมมชโยทั้งสิ้น พระธัมมชโยจึงน่าจะมีความผิดเป็นตัวการ กระทำการใดๆ อันจงใจหรือเจตนาให้บุคคลอื่นฆ่าตัวตาย ซึ่งปัจจุบันเรื่องนี้ก็ยังเป็นปริศนาดำมืดอยู่เช่นเดิม ญาติพี่น้องตระกูลวิญญูนันทกุล ยิ่งมีความเชื่อว่าเป็นการฆาตกรรมอำพรางอยู่จนปัจจุบัน

6. กรณีการถือครองที่ดินทั่วประเทศ
การถือครองที่ดินของพระธัมมชโย ที่มักชี้แจงต่อสาธารณชนว่ามีผู้บริจาคนั้น เป็นความเท็จแทบทั้งสิ้น เพราะที่ดินที่พระธัมมชโยโอนให้วัดตามกำหนดเส้นตายของกรมการศาสนานั้น ข่าวในทางลับแจ้งว่าเป็นที่ดินที่ ดร.ประกอบ กีรจิตติ ถวายแทบทั้งสิ้น จึงเป็นที่ดินที่มีเอกสารสิทธิถูกต้อง ส่วนที่ดินอีกกว่า 1,400 ไร่นั้น เป็นการได้มาโดยการสั่งให้สานุศิษย์ผู้ใกล้ชิดทำการกว้านซื้อไว้แล้วยกถวาย พระธัมมชโยในภายหลัง
ในช่วงยื่นคำขาดที่ผ่านมา วัดพระธรรมกายและสานุศิษย์พยายามเปลี่ยนแปลง ปลอมแปลงเอกสารที่ดิน เพื่อให้ได้ข้อยุติว่า “เป็นการบริจาค” เพื่อหลีกเลี่ยงข้อหายักยอกทรัพย์ เจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ฯลฯ โดยกระทำการดังกล่าวที่บ้านของ “ดร.ประกอบ กีรจิตติ” ส.ส.เขต 10 กทม. พรรค ปชป. โดยการประสานงานหรือล็อบบี้ของ “พรรณพิพา วัชโรบล” อดีตผู้สมัคร ส.ส. เขต 3 พญาไท พรรค ปชป. ผู้เป็นญาติของนางสาวลีลาวดี วัชโรบล อดีตนางเอกภาพยนตร์ สานุศิษย์ผู้คอยเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับวัดพระธรรมกายเพื่อการระดมทุนในช่วง หลายปีที่ผ่านมา
คณะทำงานฯ จึงได้เข้าทำการตรวจสอบการถือครองที่ดินในนามของพระไชยบูลย์ สุทธิผล ในพื้นที่ อ.ภูเรือ จ.เลย ปรากฏข้อเท็จจริงว่า นายสอง วัชรศรีโรจน์, นางชนัสถ์นันท์ สุขุมพานิช, นางวรรณา อุดมผล, นายเพชร แก่นทรัพย์ ไปกว้านซื้อที่ดิน น.ส.1 ก. จากชาวบ้านในพื้นที่ อ.ภูเรือ จ.เลย ใกล้กับที่ดินของนายแพทย์ชัยยุทธ กรรรณสูต ซึ่งประชาชนผู้ยากไร้ในพื้นที่ได้สิทธิการครอบครองจากการเข้าไปทำประโยชน์ใน ป่าสงวนไร้สภาพ หรือได้มาจากการจัดสรรที่ทำกินของรัฐ หลังจากนั้นก็ขอเปลี่ยนเป็น น.ส.3 ก. สามารถจำหน่ายถ่ายโอนได้แล้ว กระทำการยกให้พระไชยบูลย์ ในภายหลัง และตีราคาต่ำกว่าราคาประเมินของทางการ อันเป็นการหลีกเลี่ยงภาษีที่ดิน
คณะทำงานฯ จึงสรุปว่า กรณีการถือครองที่ดิน พระธัมมชโยใช้เงินบริจาคของวัดให้สานุศิษย์ไปทำการกว้านซื้อที่ดิน แล้วยกถวายเป็นสมบัติของตนเองในภายหลัง ซึ่งถือว่าเป็นการเบียดบังทรัพย์สินของวัด ฉ้อโกงประชาชน

7. กรณีแหล่งผลิตพระมหาสิริราชธาตุ
พระธัมมชโยพยายามปั้นเรื่องเท็จ โดยนำเอาเรื่องในชาดกมาผสมผสานกับ “สินค้า” ที่ออกมาจำหน่าย คือ พระมหาสิริราชธาตุ ที่อ้างว่าพญานาครักษาไว้หลายร้อยล้านปี แต่จากการตรวจสอบของคณะทำงานฯ พบว่า วัตถุธาตุดังกล่าวนำเข้ามาจากประเทศพม่า และประเทศยุโรปตะวันออก ไม่ใช่วัตถุธาตุที่ทรงคุณค่าดังคำโฆษณาแต่อย่างใด
คณะทำงานฯ ได้ส่งคนเข้าไปสอบถามพนักงานโรงงานของบริษัท D. Gems International จำกัด ของนางสงบ ปัญญาตรง สีกาอีกคนหนึ่งของพระธัมมชโย ปรากฏว่าเป็นโรงงานผลิตพระมหาสิริราชธาตุเถื่อน ใช้แรงงานต่างด้าวหนีเข้าเมือง ไม่มีสวัสดิการใดๆ แก่คนงานตามกฎหมายคุ้มครองและสวัสดิการแรงงาน เรื่องนี้จึงสรุปได้ว่า วัดพระธรรมกายโดยมีผู้นำบุญเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกระทำการหลอกลวงประชาชนทำให้ เสียทรัพย์ จนหลายครอบครัวต้องบ้านแตกสาแหรกขาด เกิดความเดือดร้อนไปหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ดังปรากฏเป็นข่าวอยู่ทุกวันนี้

8. กรณีความสัมพันธ์กับสตรีเพศ
เกือบจะเป็นเรื่องปกติเสียแล้ว สำหรับพระสงฆ์ชื่อดังที่จะต้องมีสันถวไมตรีทางกามรสกับสตรีเพศ เช่น
พระยันตระ อมโรภิกขุ, พระภาวนาพุทโธ, นายจันทร์ อาจหาญ หรือหลวงตาจันทร์ วัดป่าชัยรังสี เป็นต้น
แต่กรณีของพระธัมมชโย เป็นการเกี่ยวพันกับสตรีถึง 7 คน สตรีผู้ที่พระธัมมชโยให้ความอภิรมย์มากที่สุด ได้แก่ นางเพียงนิล ศิริเกษม ม่ายลูกสอง อดีตภรรยาน้อยของนายสุวิทย์ มหาแถลง เพื่อนของนายสอง วัชรศรีโรจน์ ซึ่งปัจจุบันปรากฏข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ “สยามรัฐ” และอีกหลายฉบับ จนกระทั่งเสี่ยสุวิทย์ มหาแถลง เสียชีวิตอย่างปริศนาภายในห้องทำงาน ท่ามกลางความเสียใจของ “นางอาภรณ์ มหาแถลง” ภรรยาหลวง ปัจจุบันนางเพียงนิลได้ยกลูกสาวให้เป็นบุตรบุญธรรมของพระธัมมชโย บางกระแสกล่าวว่า เด็กหญิงคนดังกล่าวมีอาการของโรคประจำตัวคล้ายกับพระธัมมชโย น่าจะเกิดจากกรรมพันธุ์หรือไม่
นอกจากนี้ ยังมีสตรีผู้ใกล้ชิด ที่พระธัมมชโยมีความสนิทสนมอย่างมากอีก 4 คน ได้แก่ นางจิรวัฒน์ (อี๊ด), นางสงบ ปัญญาตรง, นางสาววิชญา ไตรวิเชียร และคนสุดท้ายที่ฮือฮาโจษขานกันมากที่สุด เพราะสามีของเธอบุกเข้าไปประจานพระธัมมชโยถึงในวัดพระธรรมกายท่ามกลาง สานุศิษย์ชั้นนำ สีกาคนล่าสุดนี้ชื่อว่า นางแก้วตา หรือทยา หรือติ๋ม เรื่องการปะทะคารมระหว่างสามีของเธอกับพระธัมมชโย เป็นที่โจษขานกันในวัดสนุกปากจนทุกวันนี้

9. คำให้การของพยานบุคคล อดีตแขนข้างขวาของพระธัมมชโย
กลุ่มผู้นำบุญ ที่มีบทบาทในการหาเงินทุนให้พระธัมมชโยมากที่สุด จนพระธัมมชโยยกย่องให้ “เป็นสาขาหนึ่งของพระบรมพุทธเจ้า” หรือ “Sub Buddha" ให้คำให้การชัดเจนหลายเรื่อง ทั้งเรื่องการชักชวนคนทำบุญ การตามตื๊อคนให้ทำบุญมากที่สุด วิธีการหา “เหยื่อ” เพื่อพาไปตบทรัพย์บนดอยสุเทพ-ปุยในพิธีการอัดวิชชาธรรมกาย
คำให้การดังกล่าว ให้ความกระจ่างถึงวิธีการ “ตบทรัพย์” ของวัดพระธรรมกายและพระธัมมชโยชัดเจนที่สุด

http://www.kalyanamitra.org/u-ni-boon/main/index.php?option=com_content&task=view&id=590&Itemid=4 อะไรมันจะอลังการณ์ขนาดนี้ได้????? ฮ่าๆๆๆๆๆได้ไง

แล้วลองไปอ่านในนี้ดู ถึงมันจะนานไปหน่อยกับเวลานี้ก็ได้อรรถรสพอควร http://board.palungjit.com/f10/%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5-hot-%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%9E-%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2-%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A3-90521.html ต่อด้วย พันทิพย์ http://topicstock.pantip.com/religious/topicstock/2007/08/Y5758325/Y5758325.html ตามด้วยข่าวถัดมา http://www.yenta4.com/webboard/2/1254135.html

กรุงเทพธุรกิจ 27/4/43
นายแบงก์มัด ธัมมชโยคาศาล 10 ล้าน ให้ถาวร

ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารทหารไทย สาขาธรรมศาสตร์รังสิต เบิกความยัน "ธัมมชโย" โอนเงินนับสิบล้านบาท ให้คนสนิทที่ จ.พิจิตร ด้าน กมธ.ศาสนา ยุติสอบข้อเท็จจริงวัดพระธรรมกาย ส่วนการประชุมคณะทำงานคดีวัดพระธรรมกาย วันนี้ลุ้นออกหมายจับสีกาสงบ หลังพบได้รับโอนเงินจากวัดพระธรรมกาย กว่า 700 ล้านบาท

ศาลอาญา นัดสืบพยานโจทก์ คดียักยอกทรัพย์ที่พนักงานอัยการ กองคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย และนายถาวร พรหมถาวร ลูกศิษย์คนสนิท เป็นจำเลยที่1-2 ตามลำดับ ในความผิดฐานยักยอกทรัพย์เงินของวัดจำนวน 45 ล้านบาท ไปกว้านซื้อที่ดินหลายจังหวัดแล้วใส่ชื่อธัมมชโย เป็นเจ้าของ

พนักงานอัยการโจทก์ ได้นำ นายณัฐวุฒิ ถนอมพันธ์ ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารทหารไทย จำกัด(มหาชน)สาขาธรรมศาสตร์-รังสิต เข้าเบิกความตอบคำถามของนายชุติชัย สาขากร อัยการโจทก์ และตอบการซักค้านของนายสนธยา โพธิแดง ทนายจำเลย สรุปว่า เมื่อราวปี 2530 วัดพระธรรมกาย ได้มาเปิดบัญชีเงินฝากประเภทต่างๆ รวม 5 บัญชี ซึ่งจำเลยที่1 มีอำนาจถอนเงินฝากแต่เพียงผู้เดียว และพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ได้เคยมาสอบถามและนำเอกสารต่างๆ เกี่ยวกับการเบิกถอน และการโอนเงินของวัด มาสอบถามพยาน ซึ่งปรากฏว่า

เมื่อระหว่างปี 2535-2536 จำเลยที่1 เคยสั่งจ่ายเงินสด และโอนเงินจำนวนนับสิบล้านบาทเข้าบัญชีนายถาวร จำเลยที่ 2 ที่ธนาคารทหารไทย สาขาเขาทราย จ.พิจิตร ส่วนนายถาวร จะนำเงินไปใช้สอยอะไรนั้น พยานไม่ทราบ

กระทั่งในปี 2542 วัดพระธรรมกาย ได้ปิดบัญชีต่างๆ เหลือเพียงบัญชีเดียวเท่านั้น และมีเงินในบัญชีเล็กน้อย สำหรับนายมัยฤทธิ์ ปิตะวนิต ลูกศิษย์คนสนิทอีกคนหนึ่ง ซึ่งเคยมาติดต่อที่ธนาคารฯ นั้น จะมาถอนเงินหรือฝากเงินของวัดพระธรรมกายหรือไม่ พยานไม่ทราบ

ศาลอาญานัดสืบพยานโจทก์ครั้งต่อไป ในวันที่ 3 พ.ค.2543 เวลา 09.00 น.

ด้าน ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม แถลงว่า กรรมาธิการฯ มีมติให้ยุติเรื่องสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีวัดพระธรรมกาย ออกไปก่อน เพื่อไม่ให้วัดใช้เป็นข้ออ้างต่อศาลขอเลื่อนการพิจารณาคดี แต่คณะกรรมาธิการจะได้ติดตามในเรื่องนี้ต่อไป

วันเดียวกันนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนคดีทุจริตของธัมมชโย ว่า วันนี้ (27) พล.ต.ท.ล้วน ปานรศทิพ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในฐานะหัวหน้าชุดพนักงานสืบสวนสอบสวน จะเรียกประชุมทีมงานในเวลา 14.00 น. ที่กองปราบปราม

ทั้งนี้ ในที่ประชุมจะมีการหยิบยกประเด็นการสอบสวนทั้งหมด 8 ประเด็นที่ยังค้างอยู่ มาปรึกษาหารือกัน โดยเฉพาะในกรณีของ นางสงบ ปัญญาตรง สีกาคนสนิทธัมมชโย ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีการโอนเงินจากวัดพระธรรมกาย เข้าบัญชีสีการายนี้มากกว่า 700 ล้านบาท และคาดว่าจะมีเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ อาจจะถึง 1 พันล้านบาท เพราะเท่าที่ตรวจสอบไปเป็นการตรวจสอบบัญชีเพียง 50% และเป็นการตรวจสอบเฉพาะการนำเงินเข้าจากเช็คสั่งจ่าย ยังไม่รวมเงินสดที่โอนเข้ามาโดยตรง

"ยอดเงินดังกล่าว ไม่มีหลักฐานว่าถูกนำไปใช้ในกิจการที่เกี่ยวกับทางวัด แต่เป็นการใช้ในเรื่องส่วนตัวของ นางสงบ เองทั้งสิ้น ทั้งการซื้อที่ดิน เล่นหุ้น และการใช้หนี้ส่วนตัว ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนได้เตรียมเอกสาร และทำบันทึกการจับกุมสีการายนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะเสนอต่อที่ประชุมชุดพนักงานสืบสวนสอบสวนในวันนี้"

รายงานข่าวจากกองปราบปราม เผยว่า จากพยานหลักฐานที่รวบรวมได้ ทางพนักงานสอบสวนยังสามารถพิจารณาออกหมายจับสีกาคนสนิทของธัมมชโย อีก 1 คน ส่วน น.ส.วิชญา ไตรวิเชียร หรือสีกานัท นั้น พนักงานสอบสวนได้ตรวจสอบบัญชีไปแล้ว รวมทั้งมีการออกหมายเรียกเจ้าของที่ดินที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งอ้างว่าต้องการบริจาคที่ดินให้กับวัดพระธรรมกาย แต่ภายหลังกลับกลายมาเป็นชื่อของ น.ส.วิชญา แต่เจ้าของที่ดินยังไม่ได้เข้าให้ปากคำแต่อย่างใด

ข้ามมานี่กัน http://board.palungjit.com/f36/%E0%B8%AE%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AE%E0%B8%B2-%E0%B8%A8%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%B2-7%E0%B8%AA%E0%B8%B5-%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%94-%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%8C-%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5-%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2-138941.html
อันนี้สะกิดใจผม ชาวพุทธเชื่อ ว่า “บุญ” เป็นสิ่งที่อยู่เบื้องหลังความสุขและความสำเร็จของชีวิต บุญมาจากการบริจาคหรือ????? ชาวพุทธไม่ได้คิดเพียงว่าการทำบุญ เช่นการบริจาคทาน จะเป็นเพื่อการสงเคราะห์เท่านั้น แต่เพราะเป็นไปเพื่อปรารถนาผลของบุญ อันเกิดจากการทำทานนั้น ดังนั้นในทุกๆเช้าวันใหม่ เราจะเห็นพระภิกษุเดิน ห่มผ้ากาสาวพัสดุ์อย่างงดงามเดินไปตามถนนหนทางต่างๆ ทั้งเล็กและใหญ่เพื่อบิณฑบาตโดยไม่เลือกว่าผู้ให้จะเป็นใคร เพราะการบริโภคของพระภิกษุนั้น นอกจากจะเป็นไปเพื่อดำรงชีวิตแล้ว ยังเป็นไปเพื่ออนุเคราะห์ชาวบ้านที่หวังบุญทั้งหลาย เพราะบุญอันเกิดจากการทำทานนั้นจะเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงชีวิต และจะเป็นทางมาแห่งความดีที่ยิ่งๆขึ้นไปอย่าง ศีล และ ภาวนา เป็นต้น แต่ในปัจจุบันที่ชีวิตเต็มไปด้วยความเร่งรีบและแข่งขัน ความจำเป็นที่จะต้องตื่นแต่เช้าเพื่อภารกิจอันจำเป็น ถูกดำเนินไปอย่างเร่งรีบ และเร่าร้อนทำให้ผู้คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมเมืองได้มองข้าม กิจกรรม เพื่อความสุขสงบร่มเย็นของชีวิต เช่น การตักบาตรในยามเช้าไป ด้วยเหตุนี้ทำ ให้พระเดชพระคุณพระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย) เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายได้มีดำริที่จะพื้นฟูสิ่งที่ดีงามเหล่านี้ให้กลับมา อยู่ในจิตใจของทุกคนอีกครั้งแ่ล้วลองดูอะไรนี่กันหน่อย http://www.daowadung.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=116155 ส่วนอันนี้ก็น่ารักดีครับ http://www.khonnaruk.com/html/phra/boon/boon-1.html
ตบท้ายด้วย http://www.facebook.com/topic.php?uid=387452403736&topic=19153 ได้รายละเอียดบ้างเหมือนกันครับ

ลองอ่านนี่ดูบ้างครับ(ฮึๆ) http://www.kalyanamitra.org/book/pdf/From_MoM_to_child.pdf ? ทำบุญที่วัดพระธรรมกายนี่ ได้ทำบุญใหญ่ๆทั่งนั้นเลยนะ ผมไม่เข้าใจแล้วที่อื่นๆไม่ใหญ่หรือไง

http://www.suanboard.net/view.php?p=view&kid=60754

แค่สำนักเดียวทำไมอะไรมันจะเยอะขนาดนี้จากดร. มนัส โกมลฑา อาจารย์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นครราชสีมา http://gotoknow.org/blog/dhammakaya-misunderstand/348801

เจอดีจนได้นี่เลยพี่น้อง อ่านและเพิ่มข้อมูลได้จุใจกว่าผมเยอะเลยอะ ต้องขอแจมด้วยแล้วครับผมhttp://www.pantip.com/cafe/religious/topic/Y9158302/Y9158302.html

"มติชนออนไลน์" ยังได้พบเอกสารเพิ่มเติมอีกว่า นอกจากที่สมาคมพุทธศาสตร์สากลฯ จะทำเอ็มโอยูร่วมกับ สพฐ.แล้ว ยังทำหนังสือเชิญชวนร่วมโครงการ "ปฏิบัติธรรม พักกาย พักใจ เพิ่มกำไรชีวิต" ไปยังสถาบันอุดมศึกษาอื่นๆ อีกหลาย ทั้งในระดับมหาวิทยาลัย วิทยาลัย และโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยต่างๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สำหรับเอกสารดังกล่าวระบุว่า "ด้วยชมรพุทธศาสตร์สากล ในอุปถัมภ์สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ได้จัดทำโครงการ "ปฏิบัติธรรม พักกาย พักใจ เพิ่มกำไรชีวิต" ขึ้นระหว่างวันที่ 15-17 มกราคม 2553 ที่เวิร์ลด พีซ วัลเลย์ จ.นครราชสีมา เพื่อส่งเสริมให้ผู้บริหารสถาบันการศึกษา คณาจารย์ และบุคลากร ทางการศึกษาทุกท่าน ได้พักกายใจ ทำบุญ นั่งสมาธิ ท่ามกลางบรรยากาศที่สงบ สบาย เป็นธรรมชาติ ตลอดจน เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการพัฒนานิสิต/นักศึกษา และสถาบันการศึกษาสู่ความเป็นเลิศด้านศีลธรรมร่วมกัน

ในการนี้ คณะกรรมการฯ จึงขอเรียนเชิญท่าน พร้อมด้วยบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด ดังนี้
-ระดับมหาวิทยาลัย ได้แก่ อธิการบดี, รองอธิการบดี, คณบดี, รองคณบดี, หัวหน้าภาควิชา
-ระดับวิทยา บัย ได้แก่ ผู้อำนวยการ, ผู้ช่วยผู้อำนวยการ, หัวหน้าภาควิชา
-บุคลากร ทางการศึกษาในสังกัด

เข้าร่วมโครงการปฏิบัติธรรมดังกล่าว โดยรับสิทธิพิเศษในการยกเว้นค่าลงทะเบียน ทั้งนี้ หากมีคณาจารย์ท่านอื่นๆ นอกเหนือที่กล่าวมาข้างต้น มีความสนใจ สามารถเข้าร่วมโครงการได้โดยเสียค่าลงทะเบียนเพียงท่านละ 700 บาท (จากปกติ 1,500 บาท)

นอกจากนี้ ทางสมาคมฯ ยังได้ส่งเอกสารแนบมาเพิ่มเติม เป็นเอกสารเกี่ยวกับหลักการและเหตุผล โดยระบุว่า นิสิต และนักศึกษา คืออนาคตของประเทศ หากได้รับการปลูกฝัง อบรม และสั่งสอน อย่างถูกต้องประเทศชาติย่อมได้บัณฑิตที่มีประสิทธิภาพและมีความรู้ควบคู่ คุณธรรม พร้อมที่จะสร้างความมั่นคง เจริญรุ่งเรือง และนำมาซึ่งสงบสุขร่มเย็นให้กับสังคมโดยรวมได้อย่างแท้จริง แต่การจะเป็นเช่นนั้นได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุคภาคส่วนของสังคม โดยเฉพาะต้องเริ่มที่สถาบันการศึกษาทุกแห่ง ผู้บริหารและบุคคลากรทางการศึกษาที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ตระหนักและเห็นความสำคัญ มุ่งมั่นและทุ่มเทเพื่อสร้างบัณฑิตที่สมบูรณ์ให้เกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง

ดังนั้น โครงการ "ปฏิบัติธรรม พักกาย พักใจ เพิ่มกำไรชีวิต" จึงเกิดขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริหารสถาบันการศึกษา คณาจารย์ และเจ้าหน้าที่ทางการศึกษาจากทั่วประเทศ ได้มีโอกาสพักกายใจ ทำบุญ นั่งสมาธิ ท่ามกลางบรรยากาศที่สงบ สบาย เป็นธรรมชาติ ตลอดจนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการพัฒนานิสิต/นักศึกษา และสถาบันการศึกษาสู่ความเป็นเลิศด้านศีลธรรมร่วมกัน เพื่อเป็นแรงสำคัญในการขับเคลื่อนศีลธรรมแก่สังคมไทย สังคมโลกต่อไป

ส่วนวัตถุประสงค์ของโครงการระบุว่า 1.เพื่อให้ผู้บริหารสถาบันการศึกษา คณาจารย์ และเจ้าหน้าที่ทางการศึกษา มีโอกาสปฏิบัติธรรม ในสถานที่สะดวกสบาย รื่นรม เป็นสัปปายะ 2.เพื่อให้ผู้บริหารสถาบันการศึกษา คณาจารย์ และเจ้าหน้าที่ทางการศึกษาได้ศึกษาธรรมะที่เข้าใจง่ายนำมาใช้ได้จริงในชีวิต ประจำวัน วงการการศึกษา และสังคม 3.เพื่อให้เครือข่ายสถาบันการศึกษาเข้มแข็ง พร้อมที่จะพัฒนาเยาวชนและสังคมให้สงบสุขร่มเย็น 4.เพื่อสืบต่ออายุพระพุทธศาสนาและรักษาวัฒนธรรมชาวพุทธอันดีงามให้คงอยู่ ตลอดไป

ผู้รับผิดชอบโครงการได้แก่ ชมรมพุทธศาสตร์สากล ในอุปถัมภ์สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากรทางการศึกษา อาจารย์ที่ปรึกษาชมรมพุทธศาสตร์ฯ ในมหาวิทยาลัย วิทยาลัย และโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยต่างๆ

ขำๆกับอะไรนิดหน่อยครับ http://drama-addict.com/?p=5471

แม้ว ที่ ธรรมกาย http://news.sanook.com/social/social_271330.php?theme_id=1&page=375
สายสัมพันธ์"ธรรมกาย-วัดสระเกศ-ดามาพงศ์-ชินวัตร-ไทย http://larndham.org/index.php?/topic/24269-%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2-%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A8/
แล้วท่านเชื่อหรือไม่ http://rabob.tripod.com/siamturakij4.htm

ผลของการทำบุญใหญ่ในครั้งนี้ พบว่าอีก 11 วันต่อมา คือ วันที่ 21 ตุลาคม เป็นวันที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาคดีที่ดิน รัชดาภิเษก ซึ่งมีพ.ต.ท.ทักษิณ และ คุณหญิงพจมานเป็นจำเลย มีคำสั่งตัดสิน "จำคุกอดีตนายกรัฐมนตรี 2 ปี" และยกฟ้องคุณหญิงพจมาน

คง ต้องรอดูกันต่อไปว่า สุดท้ายแล้วอานิสงส์ดังกล่าวจะช่วยปัดเป่าภัยพาลต่างๆ ออกไปพ้นตัว อดีตนายกรัฐมนตรีและภริยา หรือไม่ เพราะยังมีอีกหลายคดีความให้ต้องต่อสู้ หรืออาจจะต้องเร่งหา "ที่อยู่ใหม่(ลี้ภัย)" แทนการแสวงหา "ชีวิตใหม่" เพราะ มรสุมที่โหมกระหน่ำ อาจจะไม่ใช่แค่การสละทองคำในกำมือไปหล่อพระเท่านั้น แต่อาจจะต้องเสียทรัพย์ที่อุตส่าห์สั่งสมมาชั่วชีวิตเพราะเหตุถูก "ยึดทรัพย์" แล้วตอนนี้บ้านเมืองเกิดอะไรขึ้นจากใครและเพราะใครเป็นคนสอนให้ทำเช่นนี้ได้
มันเป็นนิกายนิกายนึงที่ไม่ใช่ศาสนา
http://raruen.multiply.com/journal/item/143/143?&item_id=143&view:replies=reverse
สรุปว่า http://www.doisaengdham.com/article_detail.php?id=161
ทั่งหมดนี้จากคำค้นหาด้วยกูเกิลกับคำว่า ธัมมชโย วัดธรรมกาย ธรรมกาย บุญ อัยการถอนฟ้องธัมมชโย กรณีธรรมกาย โดย พระธรรมปิฎก (ป. อ. ปยุตโต) เจ้าอาวาสวัดญาณเวสกวัน เป็นห่วงอนาคตลูกหลาน และผู้เริ่มศึกษาธรรม แม้อย่างไรก็ตามทุกอย่างย่อมดำเนินไปตาม"กรรม" และกับการลอกแล้วแปะในเวลาทั่งหมด หนึ่งทุ่ม(โดยประมาณ) และขณะนี้ 22.58 น. พอก่อนดีกว่าง่วงแล้วน้ำก้อยังไม่ได้อาบ แฟนหนีไปนอนแล้วด้วยครับ ส่วนน้องสองยังนั่งเป็นเพื่อนอยู่(เล่นเกม...เด็กๆ) คนอื่นๆในบ้านหลับไปหมดแล้ว....ลองค้นแล้วเก็บอย่างผมก็ได้ครับ(ถ้าว่างนัก)ฮ่าๆๆๆๆๆ

4 ความคิดเห็น:

  1. วัดไปทำอะรัยให้มึง

    ตอบลบ
  2. มึงไม่ดีหร่อที่ลูกมึงเป็นคนดีกว่าพ่อมันอีก

    ตอบลบ
  3. ไม่ระบุชื่อ29 เมษายน 2554 21:16

    ทักษิณยามมีทุกข์ ก็เข้าวัด สงบจิตใจ
    อภิสิทธิ์ ยามมีทุกข์ วิ่างเข้าค่ายทหาร สั่งให้มายิงประชาชน

    ตอบลบ
  4. ไม่ระบุชื่อ17 พฤษภาคม 2555 11:58

    โปรดพิจราตามความเป็นจริงเถิดขอรับ เราเห็นกงจักรเป็นกงจักร เห็นดอกบัวเป็นดอกบัว มิใช่เห็นกงจักรเป็นดอกบัวนะขอรับ ความเชื่อที่ไม่ประกอบไปด้วยปัญญา ก็คือความเชื่อที่งมงาย อย่าให้ความเชื่อมาบดบังความจริงเถิดขอรับ
    ขอให้ท่านทั้งหลายศึกษา(วิชาธรรมกาย)ให้มากเถิดขอรับ ท่านจะได้รู้ว่าอะไรจริงอะไรปลอมนะขอรับ

    ตอบลบ

Manager Online - ภาคใต้

Manager Online - ภาคกลาง-ตะวันออก

Manager Online - ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

Manager Online - ภาคเหนือ

คันฉ่องนกไฟ

ผู้ติดตาม

http://hi5.com/friend/displayLoggedinHome.do